หุ้นไทยดิ่ง 50 จุด ผวาตลาดเข้าสู่ภาวะหมี ตลท. เตรียมแถลงเรียกความเชื่อมั่น
หุ้นไทยร่วง 50 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก หลังดาวโจนส์วูบกว่า 400 จุด เมื่อคืนนี้ คาดทิศทางหุ้นทั่วโลกเข้าสู่ภาวะหมี "จรัมพร" เรียกถกด่วนผู้บริหาร ตลท. รับมือสถานการณ์วิกฤต พร้อมเปิดแถลงข่าวเรียกความเชื่อมั่น
ภาวะตลาดหุ้นไทย วันนี้ ดัชนีเปิดภาคเช้าปรับตัวลงค่อนข้างแรง ตามทิศทางตลาดหุ้นในต่างประเทศ โดยเมื่อเวลา 12.01 น. ดัชนีอยู่ที่ 943.59 จุด ลดลง 48.54 จุด หรือเปลี่ยนแปลง -4.90% มูลค่าซื้อขายกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท
นักวิเคราะห์ระบุว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยเปิดมาในช่วงเช้าร่วงแรงต่อเนื่องจากเมื่อวาน เป็นตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก หลังดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงหนักกว่า 400 จุดเมื่อคืนนี้ เป็นผลมาจากความวิตกกังวลภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย โดยเฉพาะความผิดหวังต่อมาตรการสว็อปพันธบัตรของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) รวมทั้งปัญหาหนี้ยูโรโซนกดดันทางจิตวิทยาการลงทุน ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเข้าสู่ภาวะหมี
ทั้งนี้ มองว่าผลกระทบดังกล่าวจะส่งผลจิตวิทยาในเชิงลบต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหายูโรโซนมีแนวโน้มหนักกว่าปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพราะการรวมกลุ่มส่งผลให้เศรษฐกิจอ่อนแอ ดังนั้น มีโอกาสกลุ่มยูโรโซนอาจจะแตก
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้เรียกหารือด่วนผู้บริหาร ตลท. หลังดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงไปลึกสุดถึง 50 จุด โดยทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการเสนอให้เปิดแถลงข่าวเพื่อเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุน คาดว่าจะเริ่มหลังปิดเทรดช่วงเช้านี้ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปในขณะนี้
ล่าสุด ดัชนีหุ้นไทยปิดภาคเช้าที่ระดับ 947.98 จุด ลดลง 42.61 จุด หรือเปลี่ยนแปลง -4.30% มูลค่าการซื้อขาย 28,538.45 ล้านบาท เป็นการปรับลดลงต่ำสุดในรอบ 7 เดือน
ฝ่ายสื่อสารองค์กร ตลท. แจ้งเพิ่มเติมว่า ในเวลา 13.30 น. นายจรัมพร เตรียมแถลงข่าวที่ห้องผู้สื่อข่าวตลาดหลักทรัพย์ถึงมาตรการต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นการลงทุน ทั้งนี้ จากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2551 หุ้นไทยร่วงลงแรงตามต่างประเทศจนเกิดข้อตกลงระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับตลาดเงินตลาดทุนตั้งแต่ ตลท. กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่าหากระดับดัชนีลดลงสู่ระดับ 4-5 % จะมีออกหนังสือเตือนผู้ลงทุนให้ลงทุนอย่างระมัดระวัง ขณะที่หน่วยงานต่างๆ ก็เตรียมหารือมาตรการร่วมกัน เพื่อหาวิธีรับวิกฤตดังกล่าว ซึ่งมาตรการดังกล่าวถือเป็นมาตรการหนึ่งที่รองรับก่อนที่จะใช้การสั่งพักการซื้อขายชั่วคราว (เซอร์กิจเบรกเกอร์) ที่ใช้เมื่อดัชนีร่วงถึง 10%
ที่มา
http://www.manager.co.th/StockMarket/ViewNews.aspx?NewsID=9540000121347
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หุ้นตก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หุ้นตก แสดงบทความทั้งหมด
วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2554
วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554
แห่เทขายกดหุ้นไทยรูด15จุด ผิดหวังตัวเลขสหรัฐฯ กังวล ศก.สู่ช่วงถดถอย
แห่เทขายกดหุ้นไทยรูด15จุด ผิดหวังตัวเลขสหรัฐฯ กังวล ศก.สู่ช่วงถดถอย
นักลงทุนผิดหวังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ จนกังวลเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยทั้งในอเมริกาและยุโรป แห่เทขายฉุดหุ้นไทยดิ่ง 15 จุด ตามตลาดอื่นในภูมิภาค โบรกฯมองปัจจัยในประเทศไร้ข่าวใหม่สนับสนุน อีกทั้งหุ้นใหญ่หลายตัว XD ประเมินวันนี้มีโอกาสอยู่ในแดนลบต่อ
ตลาดหุ้นไทย วานนี้ (5ก.ย.) ดัชนีผันผวนอยู่ในแดนลบ โดยปิดที่ระดับ 1,049.23 จุด ลดลง 15.95 จุด หรือ -1.50% มูลค่าการซื้อขาย 21,589.65 ล้านบาท ระหว่างวันปรับตัวสูงสุดที่ระดับ 1,059.55 จุด และต่ำสุดที่ระดับ 1,046.64 จุด ซึ่งเป็นการลดลงค่อนข้างมากเช่นเดียวกับตลาดภูมิภาคที่อยู่ในแดนลบถ้วนหน้า หลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯที่ประกาศออกมาไม่ดีนัก
โดยหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวานนี้ เพิ่มขึ้น 111 หลักทรัพย์ ลดลง 376 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 117 หลักทรัพย์ และหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,942,94 ล้านบาท ปิดที่ 324.00 บาท ลดลง 4.00 บาท PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 1,084,01 ล้านบาท ปิดที่ 162.50 บาท ลดลง 4.50 บาท KBANK มูลค่าการซื้อขาย 933,03 ล้านบาท ปิดที่ 125.00 บาท ลดลง 3.00 บาท BANPU มูลค่าการซื้อขาย 904,94 ล้านบาท ปิดที่ 624.00 บาท ลดลง 16.00 บาท และ TOP มูลค่าการซื้อขาย 826,31 ล้านบาท ปิดที่ 65.00 บาท ลดลง 2.00 บาท
ทั้งนี้ พบว่า นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 1,931.12 ล้านบาท เช่นเดียวกับ สถบัน และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ที่ขายสุทธิ 184.98 ล้านบาท โดยมีเพียงนักลงทุนทั่วไปที่ซื้อสุทธิ 3,548.96 ล้านบาท
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสฝ่ายการตลาด บล.ธนชาต กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปรับตัวลงตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากขณะนี้มีความกังวลมากขึ้นถึงความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั้งในสหรัฐฯและยุโรป หลังตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆออกมาไม่ค่อยดี ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ปรับตัวลงเฉลี่ย 1% กว่า ส่วนด้านปัจจัยภายในประเทศ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง รอเพียงความชัดเจนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆของรัฐบาล
ทำให้ต้องรอดูทิศทางตลาดหุ้นยุโรปที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงอีก จากความกังวลที่ทางการสหรัฐฯได้ยื่นฟ้อง 17 สถาบันการเงินขนาดใหญ่ ซึ่งในนั้นมีสถาบันการเงินในยุโรปอยู่ด้วย กรณีที่ไม่เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ในการขายตราสารซับไพรม์ให้กับหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดวิกฤตเมื่อตอนปลายปี 2551 ว่าจะสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นไทยมากน้อยแค่ไหน
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์วานนี้ปิดลบกว่า 15 จุด จากปัจจัยในต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ที่ประกาศการจ้างงานยังคงออกมาไม่ดีนัก ทำให้นักลงทุนมีความกังวลว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอย ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียต่างได้รับแรงกดดันกันถ้วนหน้า และตลาดหุ้นในภูมิภาคยุโรปเปิดตลาดมาต่างอยู่ในแดนลบเช่นเดียวกัน แต่คืนนี้ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาปิดทำการเนื่องจากวันแรงงานด้วย ส่วนปัจจัยในประเทศไม่มีอะไรใหม่ที่ช่วยผลักดันตลาดหุ้น ทำให้มูลค่าการซื้อขายน้อยอีกด้วย
สำหรับแนวโน้มการลงทุนในวันนี้ (6 ก.ย.) ประเมินว่าดัชนียังคงอยู่ในแดนลบต่อ เนื่องจากวันนี้มีหุ้นใหญ่หลายตัว XD ทั้ง PTT KBANK BAY ดังนั้นช่วงนี้แนะนำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนหรือเก็งกำไรในหุ้นในวงจำกัด พร้อมให้แนวรับ 1,030 จุด แนวต้าน 1,055-1,059 จุด
ที่มา
http://www.manager.co.th/StockMarket/ViewNews.aspx?NewsID=9540000112537
นักลงทุนผิดหวังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ จนกังวลเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยทั้งในอเมริกาและยุโรป แห่เทขายฉุดหุ้นไทยดิ่ง 15 จุด ตามตลาดอื่นในภูมิภาค โบรกฯมองปัจจัยในประเทศไร้ข่าวใหม่สนับสนุน อีกทั้งหุ้นใหญ่หลายตัว XD ประเมินวันนี้มีโอกาสอยู่ในแดนลบต่อ
ตลาดหุ้นไทย วานนี้ (5ก.ย.) ดัชนีผันผวนอยู่ในแดนลบ โดยปิดที่ระดับ 1,049.23 จุด ลดลง 15.95 จุด หรือ -1.50% มูลค่าการซื้อขาย 21,589.65 ล้านบาท ระหว่างวันปรับตัวสูงสุดที่ระดับ 1,059.55 จุด และต่ำสุดที่ระดับ 1,046.64 จุด ซึ่งเป็นการลดลงค่อนข้างมากเช่นเดียวกับตลาดภูมิภาคที่อยู่ในแดนลบถ้วนหน้า หลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯที่ประกาศออกมาไม่ดีนัก
โดยหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวานนี้ เพิ่มขึ้น 111 หลักทรัพย์ ลดลง 376 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 117 หลักทรัพย์ และหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,942,94 ล้านบาท ปิดที่ 324.00 บาท ลดลง 4.00 บาท PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 1,084,01 ล้านบาท ปิดที่ 162.50 บาท ลดลง 4.50 บาท KBANK มูลค่าการซื้อขาย 933,03 ล้านบาท ปิดที่ 125.00 บาท ลดลง 3.00 บาท BANPU มูลค่าการซื้อขาย 904,94 ล้านบาท ปิดที่ 624.00 บาท ลดลง 16.00 บาท และ TOP มูลค่าการซื้อขาย 826,31 ล้านบาท ปิดที่ 65.00 บาท ลดลง 2.00 บาท
ทั้งนี้ พบว่า นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 1,931.12 ล้านบาท เช่นเดียวกับ สถบัน และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ที่ขายสุทธิ 184.98 ล้านบาท โดยมีเพียงนักลงทุนทั่วไปที่ซื้อสุทธิ 3,548.96 ล้านบาท
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสฝ่ายการตลาด บล.ธนชาต กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปรับตัวลงตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากขณะนี้มีความกังวลมากขึ้นถึงความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั้งในสหรัฐฯและยุโรป หลังตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆออกมาไม่ค่อยดี ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ปรับตัวลงเฉลี่ย 1% กว่า ส่วนด้านปัจจัยภายในประเทศ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง รอเพียงความชัดเจนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆของรัฐบาล
ทำให้ต้องรอดูทิศทางตลาดหุ้นยุโรปที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงอีก จากความกังวลที่ทางการสหรัฐฯได้ยื่นฟ้อง 17 สถาบันการเงินขนาดใหญ่ ซึ่งในนั้นมีสถาบันการเงินในยุโรปอยู่ด้วย กรณีที่ไม่เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ในการขายตราสารซับไพรม์ให้กับหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดวิกฤตเมื่อตอนปลายปี 2551 ว่าจะสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นไทยมากน้อยแค่ไหน
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์วานนี้ปิดลบกว่า 15 จุด จากปัจจัยในต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ที่ประกาศการจ้างงานยังคงออกมาไม่ดีนัก ทำให้นักลงทุนมีความกังวลว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอย ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียต่างได้รับแรงกดดันกันถ้วนหน้า และตลาดหุ้นในภูมิภาคยุโรปเปิดตลาดมาต่างอยู่ในแดนลบเช่นเดียวกัน แต่คืนนี้ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาปิดทำการเนื่องจากวันแรงงานด้วย ส่วนปัจจัยในประเทศไม่มีอะไรใหม่ที่ช่วยผลักดันตลาดหุ้น ทำให้มูลค่าการซื้อขายน้อยอีกด้วย
สำหรับแนวโน้มการลงทุนในวันนี้ (6 ก.ย.) ประเมินว่าดัชนียังคงอยู่ในแดนลบต่อ เนื่องจากวันนี้มีหุ้นใหญ่หลายตัว XD ทั้ง PTT KBANK BAY ดังนั้นช่วงนี้แนะนำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนหรือเก็งกำไรในหุ้นในวงจำกัด พร้อมให้แนวรับ 1,030 จุด แนวต้าน 1,055-1,059 จุด
ที่มา
http://www.manager.co.th/StockMarket/ViewNews.aspx?NewsID=9540000112537
วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554
น้ำมันดิ่งเหว $5 - หุ้นสหรัฐฯ ปิดลบแรง กังวล ศก.ถดถอยซ้ำซ้อน
น้ำมันดิ่งเหว $5 - หุ้นสหรัฐฯ ปิดลบแรง กังวล ศก.ถดถอยซ้ำซ้อน
เอเอฟพี - ราคาน้ำมันตลาดนิวยอร์กดิ่งลงกว่า 5 ดอลลาร์เมื่อวันพฤหัสบดี (18) หลังนักลงทุนหวั่นผวาต่อคำเตือนถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยซ้ำซ้อนที่อาจกัดเซาะอุปสงค์ทางพลังงาน และปัจจัยดังกล่าวก็ฉุดให้วอลล์สตรีทปิดลบแรงเช่นกัน
สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูดของสหรัฐฯ งวดส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 5.20 ดอลลาร์ ปิดที่ 82.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนเดียวกัน ลดลง 3.61 ดอลลาร์ ปิดที่ 106.99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ความเคลื่อนไหวของตลาดน้ำมันมีขึ้นหลังจากมอร์แกน สแตนลีย์ ธนาคารเพื่อการลงทุนในสหรัฐฯ ออกรายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (18) ว่าวอชิงตันและยุโรปมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะเจอภาวะถดถอยรอบใหม่ ขณะเดียวกันก็คาดหมายว่าเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ “บริกส์” จะเติบโตน้อยกว่าที่ประมาณการณ์ไว้ในเบื้องต้น
รายงานความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยรอบใหม่ในสหรัฐฯ และยุโรปของธนาคารมอร์แกน สแตนลีย์ ยังส่งผลให้วอลล์สตรีทวานนี้ (18) ปิดลบอย่างแรง
ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ลดลง 419.63 จุด (3.68 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 10,990.58 จุด แนสแดค ลดลง 131.05 จุด (5.22 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 2,380.43 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 53.23 จุด (4.46 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 1,140.65 จุด
ที่มา
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9540000103972
เอเอฟพี - ราคาน้ำมันตลาดนิวยอร์กดิ่งลงกว่า 5 ดอลลาร์เมื่อวันพฤหัสบดี (18) หลังนักลงทุนหวั่นผวาต่อคำเตือนถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยซ้ำซ้อนที่อาจกัดเซาะอุปสงค์ทางพลังงาน และปัจจัยดังกล่าวก็ฉุดให้วอลล์สตรีทปิดลบแรงเช่นกัน
สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูดของสหรัฐฯ งวดส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 5.20 ดอลลาร์ ปิดที่ 82.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนเดียวกัน ลดลง 3.61 ดอลลาร์ ปิดที่ 106.99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ความเคลื่อนไหวของตลาดน้ำมันมีขึ้นหลังจากมอร์แกน สแตนลีย์ ธนาคารเพื่อการลงทุนในสหรัฐฯ ออกรายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (18) ว่าวอชิงตันและยุโรปมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะเจอภาวะถดถอยรอบใหม่ ขณะเดียวกันก็คาดหมายว่าเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ “บริกส์” จะเติบโตน้อยกว่าที่ประมาณการณ์ไว้ในเบื้องต้น
รายงานความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยรอบใหม่ในสหรัฐฯ และยุโรปของธนาคารมอร์แกน สแตนลีย์ ยังส่งผลให้วอลล์สตรีทวานนี้ (18) ปิดลบอย่างแรง
ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ลดลง 419.63 จุด (3.68 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 10,990.58 จุด แนสแดค ลดลง 131.05 จุด (5.22 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 2,380.43 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 53.23 จุด (4.46 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 1,140.65 จุด
ที่มา
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9540000103972
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)